|
เสริมหน้าอก |
|
Monday, 15 November 2010 13:37 |
|
|
|
 |
เสริมหน้าอก จากสถิติการผ่าตัดตกแต่งของอเมริกาพบว่า หญิงสาวเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกสูงเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับการผ่าตัดตกแต่งแบบอื่นๆ นั่นแสดงว่า ผู้หญิงให้ความสนใจที่จะมีขนาดหน้าอกใหญ่ขึ้น เพื่อเสริมความมั่นใจให้ตนเองและเป็นเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามได้เป็นอย่างดี
การเสริมหน้าอก คืออะไร คือการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดของเต้านมให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจมีสาเหตุมาตั้งแต่กำเนิด คือเมื่อเริ่มเป็นสาวเต้านมก็มีขนาดเล็กว่าปกติ หรือเต้านมมีขนาดเล็กลงในภายหลัง โดยเฉพาะหลังมีบุตร เต้านมเล็กอาจร่วมกับการหย่อนคล้อยลง ขนาดหน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน ก็ควรพิจารณาเรื่องการเสริมหน้าอกได้
ใครควรเสริมหน้าอก (เพิ่มขนาดเต้านม) ♦ ทุกคนที่คิดว่าตนเองมีขนาดหน้าอกเล็กเกินไป ♦ ขนาดเต้านมสองข้างไม่เท่ากัน ♦ มีการหย่อนคล้อยของเต้านม เนื่องจากมีบุตรหรืออายุที่มากขึ้น ♦ บางคนอาจเกิดจากการผิดรูปหรือผ่าตัดก้อนเนื้องอกบริเวณหน้าอก เป็นต้น
|
|
รูปทรงของถุงเต้านมจะแบ่งออกได้ 2 แบบ คือ 1. ทรงกลม Round Shape เป็นถุงนมเทียม รูปทรงกลม นูนตรงกลาง มีลักษณะคล้ายรูปทรงของซาลาเปา มีหลายแบบ ♦ แบบทรงเตี้ย Low Profile ♦ ทรงปานกลาง Modevate Profile ♦ ทรงสูง High Profile การพิจารณาเลือกใช้ทรงใดทรงหนึ่ง จะขึ้นอยู่กับขนาดของทรวงอกและขนาดของเต้านม ว่ามีฐานเต้านมกว้างมากน้อยแค่ไหน และความต้องการให้มีหน้าอกขนาดไหน การพิจารณาใส่ควรดูความเหมาะสม หากใส่เต้านมเทียมใหญ่เกินไป อาจเกิดปัญหาตามมาได้มาก ฉะนั้น ผู้ที่ต้องการเสริมควรศึกษาให้ดี และพบแพทย์ที่มีความชำนาญและเข้าใจในเรื่องดังกล่าวด้วย 2. ทรงหยดน้ำ Teardrop Shape มีรูปทรงเป็นหยดน้ำ โดยมีเนื้อส่วนบนเรียบเล็กกว่า ส่วนล่างที่เนื้อเต็มและขนาดใหญ่กว่า มีลักษณะใกล้เคียงรูปทรงของหน้าอกธรรมชาติที่สุดตรงมีความหย่อนคล้อยพอประมาณ เป็นรูปทรงซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีหน้าอกน้อยหรือ แทบไม่มีเลย
ชนิดของวัสดุที่ใช้เสริมหน้าอก
1. ซิลิโคนเหลว (Silicone Gel Implants) คือ เจลอิลาสตินที่บรรจุอยู่ในถุงซิลิโคน หรือสารที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นแบบยางธรรมชาติ มีลักษณะของ เปลือกอาจจะเป็นผิวเรียบ หรือผิวขรุขระ ทำงานโดยการสอดเข้าไปภายในทรวงอก ปัจจุบันการผลิตเจลซิลิโคน ทุกบริษัทจะเน้นให้เจลมีการเกาะตัวกันดี (Cohesive) เพื่อไม่ทำให้เกิดการรั่วไหล และเคลื่อนตัวไปฝังอยู่ที่อื่นๆ ได้ โดยบางชนิดมีการเกาะตัวสูง (High Cohesive) เจลจะมีลักษณะกึ่งของแข็ง กึ่งของเหลว ทำให้ลดปัญหาการรั่วซึม และไหลไปอยู่ที่จุดอื่นได้
ข้อดี ♦ ดูเป็นธรรมชาติ ยับย่นได้ยาก สามารถขยับเคลื่อนไหวได้ ♦ เห็นผลเร็ว ใกล้เคียงความต้องการของคนไข ♦ ใกล้เคียงธรรมชาติ ทั้งรูปทรงและสัมผัส ♦ สามารถทิ้งไว้ในร่างกายได้เป็นเวลานาน
ข้อควรระวัง ถ้าพังพืดที่หุ้มรอบถุงไม่แตก อาจจะไม่รู้เลยว่าเกิดการรั่วขึ้น ถ้าพังพืดที่หุ้มรอบฉีกขาดซิลิโคนเหลวจะออกมานอกถุงแล้ว อาจจะเกิดพังพืดหุ้มรอบซิลิโคนนั้นใหม่ เต้านมข้างนั้นจะมีรูปร่างที่เปลี่ยนไป และอาจจะรู้สึกแข็งมากขึ้น
การผ่าตัด โดยการสอดผ่านรักแร้ การผ่าตัดผ่านทางปานนม และการผ่าที่ฐานหน้าอก
|
|
2. ฉีดไขมัน (Fat Grafting) เป็นการนำไขมันมาจากตัวของคนไข้เอง ไม่ว่าจากต้นขาหรือช่วงบริเวณท้อง อย่างไรก็ดี วิธีการนี้ยังไม่เป็นที่รับรองถึงประสิทธิภาพอย่างแพร่หลาย เนื่องจากต้องมีไขมันมากพอและต้องฉีดบ่อยครั้งกว่าจะอยู่ตัวมากกว่านี้ หลังฉีดจะสลายตัวไป 50 เปอร์เซ็นต์ในระหว่างช่วง 6 เดือน ถึง 1 ปี และประมาณ 1-2 ปี ก็จะสลายไปหมด
ข้อดี เชื่อกันว่าวิธีการเสริมหน้าอกด้วยวิธีนี้จะเกิดผลข้างเคียงน้อย และไม่มีสิ่งแปลกปลอม ทั้งยังสามารถลดไขมันส่วนเกินได้ในเวลาเดียวกัน เนื่องจากเป็นการเคลื่อนย้ายไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายมาฉีด ข้อควรระวัง ♦ ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ในการเตรียมไขมันที่ถูกและฆ่าเชื้อที่เหมาะสม ♦ อาจไม่ได้รูปทรงของหน้าอกตรงตามที่ต้องการ ♦ มีการบวมแดงในระยะเริ่มแรก ♦ ยังไม่เป็นที่ยืนยันถึงความปลอดภัย โดยเฉพาะแคลเซียมของเซลล์ไขมันที่ตายแล้วอาจไปเกาะหน้าอกได้
|
|
การวางแผนสำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก ควรมาพบแพทย์ก่อนทำการรักษา เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกาย และสภาพเต้านม ตลอดจนการพูดคุยซักถาม และบอกความต้องการของคุณต่อแพทย์ เพื่อแพทย์จะได้บอกรายละเอียดของการทำผ่าตัดเสริมหน้าอกต่อท่าน
ข้อแนะนำก่อนการผ่าตัด ♦ คนไข้งดใช้ยาทุกชนิดก่อนการผ่าตัด 1 สัปดาห์ ♦ ในคนไข้รายที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ โดยแพทย์จะทำการซักประวัติคนไข้อย่างละเอียดก่อนผ่าตัด
การเสริมหน้าอก(เต้านม)มีความปลอดภัยแค่ไหน? การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยงที่เกิดจากการทำผ่าตัดทั่วไป เช่น เลือดออก เลือดคั่ง ติดเชื้อ แต่มีอัตราการเกิดน้อยมากประมาณ 1-3 เปอร์เซ็นต์ ผลแทรกซ้อนจากการเสริมหน้าอก อาจจะเกิดการรัดตัวของพังผืดที่อยู่รอบเต้านม ทำให้เกิดความรู้สึกแข็งผิดปกติของเต้านมข้างนั้นบางครั้งอาจจะมีความรู้สึก เสียว ชา บริเวณหัวนมหรือบริเวณใกล้รอยผ่าตัด ซึ่งส่วนใหญ่จะดีขึ้นเป็นปกติได้ แต่บางคนก็อาจจะรู้สึกเช่นนั้นตลอดไป ผู้ที่ได้รับการเสริมหน้าอก สามารถให้นมบุตรได้
|
 |
|
หลังผ่าตัดเสริมหน้าอก ท่านจะรู้สึกตึงปวดได้บ้างประมาณ 2-3 วัน หลังผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้ว รูปร่างของเต้านมจะดูเป็นธรรมชาติประมาณ 1-2 เดือน ท่านอาจจะต้องนวดเต้านมที่เสริมตามคำแนะนำของแพทย์อีกประมาณ 3-6 เดือน
|
|
Before After
|
Before After
|
|
Before After
|
Before After
|
|
|
Last Updated ( Saturday, 04 February 2012 15:19 )
|